
สวัสดีครับ นี่เป็นคอลัมน์สุดท้ายแล้วสำหรับ J.O. in America 2008 ฤดูกาลแข่งขันเสร็จสิ้นลงแล้ว
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมได้เรียนรู้ ทั้งประสบการณ์ในและนอกสนาม พร้อมทั้งสิ่งที่ผมเอง
ต้องกลับไปปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมหลังการแข่งขันฤดูกาลปกติ ผมได้เดินทางไป Play off ที่ชิคาโก้ ซึ่งระบบจัดการแข่งขันช่วงนี้เป็นแบบน็อคเอ๊าต์คือ ให้ทีมอันดับหนึ่งของแต่ละสาย (ในหลีก PBL มีสองสาย) ได้บายเข้าไปรอในรอบ ตัดเชือกหรือFinalFourโดยให้ทีมอันดับที่สอง
เจอกับทีมอันดับห้าแล้วทีมอันดับสามเจอกับสี่ ทีมไหนแพ้ก็ตกรอบไปเลย
เรียกได้ว่าโหดพอตัวทีเดียวเลยครับ เลยทำให้ทีมใหญ่ๆไม่กล้าประมาทเพราะอาจจะเกิด
พลิกล็อกได้
สำหรับทีมผม แมรี่แลนด์ ไนท์ฮอว์กส อยู่อันดับที่ 5 ต้องเจอทีมอันกับ 2 ของสาย อย่าง Wilmington Sea Dawgs โดยสภาพทีมผมมีปัญหาคือ มีผู้เล่นตำแหน่งเซนเตอร์ แค่เพียงคนเดียว เพราะคนอื่นๆ พร้อมใจกันเจ็บหมด ทำให้ทั้งทีมมีแค่เพียง 8 คนเท่านั้น แต่ยังเล่นกันได้ดีในแมตช์แรกของรอบเพลย์ออฟ ซึ่งอาศัยใช้ตัวPower Forward ที่ตัวใหญ่พอๆ กับเซนเตอร์เข้าช่วยทำเกม (แต่ก็ยังตัวเล็กสำหรับตำแหน่งเซนเตอร์ของที่นี่อยู่ดี) ทีมผมชนะไปด้วยสกอร์ 125-112
ทีมผมผ่านเข้ารอบไปเจอทีมแกร่งอีกทีมคือ Reading ซึ่งเกมนี้ทีมผมก็เล่นดีมากครับ สูสีผลัดกันนำตลอดเกม กระทั่งเหลือสองนาทีสุดท้าย ถูกรันไป 6 แต้มติด เลยทำให้ตั้งตัวกันไม่ติด ซึ่งในที่สุดทีมผมก็แพ้ไป 104-96 ส่วนการเล่นของผมในช่วงเพลย์ออฟ ไม่ค่อยดีนัก เพราะไม่ค่อยได้ลงเลยครับ แต่ไม่เป็นไรเพราะฤดูกาลหน้าผมจะกลับมาใหม่ เพื่อจะทำให้โค้ชเชื่อว่าผมเองก็เล่นได้เหมือนกัน แต่ก็ไม่ทราบครับว่าปีหน้าจะยังเป็นโค้ชคนเดิมหรือไม่
อย่างไรก็ตามครับ การมาเล่นใน สหรัฐฯ ถิ่นกำเนิดกีฬาบาสเกตของของผมครั้งนี้ ทำให้ผมรู้ว่ากลับไปผมต้องทำอะไรบ้าง ต้องปรับปรุงแก้ไข และเพิ่มเตอมส่วนไหนของตัวเองบ้าง ทั้งเรื่องในและนอกสนาม เพราะไม่ใช่แค่บาสเกตบอลอย่างเดียว แต่การวางแผน กำหนดตารางของชีวิตในแต่ละวันแต่ละสัปดาห์ เพราะการก้าวมาในระดับอาชีพในประเทศนี้ มีสิ่งที่ผมเรียนรู้และต้องปรับปรุงตัวมากเหลือเกิน การเดินทางเพื่อฝึกซ้อม การเดินทางไปแข่งขันต่างเมือง การดูแลเรื่องอาหารการกิน การเสริมสร้างตัวเองเรื่องเวทเทรนนิ่ง ทุกสิ่งเหมือนเป็นอะไรที่จุกจิกไปหมด แต่ล้วนแล้วเป็นสิ่งสำคัญทั้งสิ้น ผมเจอมากับตัวตอนนี้รู้ซึ้งเลยครับ
อีกเรื่องที่สำคัญมากๆ ก็คือเรื่องของ “สมาธิ” ผมได้มีโอกาสไปวัดไทย ดีซี ทั้งที่ตอนอยู่เมืองไทยไม่ค่อยได้เข้าวัดขนาดว่าครอบครัวผมเป็นชาวพุทธที่ค่อนข้างเคร่งครัดทีเดียว แต่พอมาอยู่ที่นี่ ไกลบ้าน และเมื่อมีโอกาสไปฝึกสมาธิกับหลวงพี่จริญ ที่วัดไทยในดีซี ทำให้ผมรู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาหรือ คนทั่วไปก็ตามหากปฏิบัติเป็นประจำก็จะเกิดประโยชน์แน่นอน ผมใช้เวลา 5 นาทีอย่างน้อยก่อนนอนลองทำดู ช่วยให้ปลอดโปร่งสบายก่อนนอนมากครับ
สำหรับคอลัมน์นี้ที่อ่านอยู่ ผมคงถึงเมืองไทยเรียบร้อยแล้วนะครับ ผมเดินทางถึงวันที่ 6 เมษายนนี้ ผมจะลงแข่งขันบาสชิงถ้วยพระราชทานชาย ก ให้กับทิวไผ่งาม ต้นสังกัดของผมที่เมืองไทย ในเดือนพฤษภาคม และก็มีโปรแกรมไปสอนบาสให้กับน้องๆ ตามโรงเรียนต่างๆ
ท้ายนี้ ผมขอขอบคุณ “พี่จอร์จ” ธนกร ดวงมณี ที่อยู่เบื้องหลังมอบโอกาสให้เด็กไทยคนหนึ่งอย่างผมได้ทำในสิ่งที่ตัวเองฝันเป็นจริงขึ้นมา ขอบคุณพี่เหน่ง กิติพันธ์ เจ้าของร้านอาหาร ธาราไทย หลายสาขา ที่คอยช่วยเหลือทุกอย่างและทำให้ผมไม่ลืมอาหารไทยเลย ผมขอขอบคุณพี่หนึ่ง ผู้ช่วยทูตทหารเรือ ที่นี่ที่คอยให้คำแนะนำดีๆ พี่ๆทั้งหมดขนครอบครัวมาเชียร์ผมประจำ ขอบคุณป้าแดงกับลุงเล็ก ที่เปรียบเสมือน แม่และพ่อผมในอเมริกา ขอบคุณพี่แจ็คและครอบครัวแม่และแด๊ดดี้ ที่ดูแลผมเหมือนคนในครอบครัว ขอบคุณพี่สาวที่น่ารักของผมที่ยืนอยู่เคียงข้างเสมอไม่ว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมันจะดีหรือร้ายอย่างไรก็ตาม และขอบคุณพี่ๆทุกๆคนที่ อเมริกา ที่คอยช่วยเหลือผมตลอดมา ทั้งที่เอ่ยชื่อและไม่ได้เอ่ยชื่อ
ที่สำคัญสุดคือขอบคุณคนไทยทุกคน ที่คอยให้กำลังใจและยืนอยู่ข้างๆ ผมเสมอ ขอบคุณด้วยใจจริงครับ
J.O. รัชเดช เครือทิวา รายงาน
ที่มา http://www.siamsport.co.th/Columnusaopen168.html
Popularity: 2% [?]
